2019.02.11

B2B Marketing

“เคล็ดลับ 5 ประการของโฆษณาบน Facebook ซึ่งสามารถนำไปใช้กับการตลาดของธุรกิจ B2B”

สำหรับคนไทยผู้อาศัยอยู่ในกรุงเทพ Facebookได้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้วเช่นเดียวกับน้ำหรือากาศ ไม่ว่าจะอย่างไร หากเราดูจากจำนวนบัญชี Facebook โดยแยกตามเมืองใหญ่ทั่วโลก กรุงเทพจะมาเป็นอันดับหนึ่ง จึงกล่าวได้ว่าแหล่งหาข้อมูลสำหรับคนไทยที่แทบไม่ดูทีวีกัน (*เรทติ้งโดยเฉลี่ยไม่เกิน1%) คือ สื่อโซเชียลอย่าง Facebook ผมคิดว่าทุกคนคงได้เห็นคอนเทนต์ของธุรกิจ B2C อย่าง เช่น การซื้อของออนไลน์กันอยู่บ่อยๆ

นอกจากนี้ในกรุงเทพนี้เองสำหรับผู้เกี่ยวข้องกับธุกิจ B2B การนำ Facebookไปใช้ประโยชน์ในการตลาดก็เป็นวิธีที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับต้นทุน(Good Cost Performance) ด้วยเช่นกัน (ซึ่งมีวัตถุประสงค์ยกระดับความสนใจของลูกค้าที่เป็นไปได้(Potential Customer)เพื่อช่วงชิง Lead)

โฆษณาบน Facebook จะเล็งกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจต่อคอนเทนต์ของคุณ และจะแนะนำการบริการของคุณบนFacebook แม้เป็นผู้ใช้งาน(User) ที่ยังไม่ได้สืบค้นข้อมูลก็ตาม ดังนั้นสำหรับการตลาด B2B แล้วจึงกล่าวได้ว่านี่ คือ ตัวเลือกอันทรงประสิทธิภาพ

ถ้าเช่นนั้นผมขอแนะนำเคล็ดลับ 5 ประการสำหรับสร้างโฆษณาบน Facebook ให้สามารถคาดหวังประสิทธิผลในการตลาดB2Bได้

 

1.กำหนดกลุ่มเป้าหมาย(Audience)ได้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์

ข้อดี ประการสำคัญจากการใช้โฆษณาบน Facebook คือ สามารถเล็งไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการให้ดูโฆษณาได้

เช่น สมมติว่าเรากำลังทำธุรกิจบริษัทที่ปรึกษาระบบ (System Consultant Company) ด้าน ICT อยู่ที่กรุงเทพ

ผู้เป็นลูกค้าก็จะเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่พอสมควร และมีฐานธุรกิจอยู่ในกรุงเทพหรือตามนิคมอุตสาหกรรมแถบปริมณฑล

เราสามารถกรอง(ค้นหาชั้นสูง)Target Audienceได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้โฆษณาขึ้นแสดงเฉพาะกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ โดยอาศัยข้อมูลพื้นที่ ช่วงอายุ ข้อมูลสิ่งที่สนใจ โดยใช้ AD Targeting OptionของFacebook

2.ใช้รูปภาพ(Image) เพื่อกระตุ้นให้ระลึกได้ถึงการแก้ไขปัญหา

เมื่อจะใช้โฆษณาบน Facebook ในธุรกิจ B2B ขอแนะนำให้ใช้รูปภาพเพื่อบอกเล่าประสบการณ์หรือผลลัพธ์ซึ่งจะทำให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นไปได้(Potential Customer) รู้สึกได้ว่าสามารถแก้ไขปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่ได้ ยกตัวอย่าง เช่น รูปภาพเสมือนจริง อย่างเช่น รอยยิ้มของผู้ดูแลระบบสารสนเทศขององค์กรบริษัทผู้ใช้งาน หรือลักษณะท่าทางที่ผู้ใช้งานจริง(End User) กำลังบอกเล่าถึงกรณีตัวอย่างความสำเร็จก็จะช่วยดึงดูดความสนใจได้

3.ใช้ภาพวีดิโอ(Tube) อย่างชาญฉลาด

Facebookในระยะหลังนี้ เราอาจได้เห็นคอนเทนต์ของภาพวีดิโอ (Tube) ทุกคนคงมีประสบการณ์เห็นภาพวีดิโอถูกอัพโหลดอยู่บ่อยๆ ใช่ไหม? ในธุรกิจ B2B ก็เช่นกัน เห็นได้ว่าภาพวีดิโอ(Tube)ให้ประสิทธิผลที่ดียิ่ง เนื่องจากปริมาณข้อมูลที่ภาพวีดิโอ(Tube) มีอยู่นั้นมีความเป็นเลิศ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะกระตุ้น Audience ที่กำลังดู Facebook อยู่ให้เกิดความสนใจขึ้นได้ ภาพวีดิโอ(Tube) ที่จะใช้ในธุรกิจ B2B นั้น หากเป็นวีดิโอสาธิตวิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์ หรือวีดีโอสัมภาษณ์ผู้ใช้งานก็จะให้ประสิทธิผลที่ดีได้ แต่เมื่อคำนึงถึงเรื่องการมีผู้ดู Facebook แบบปิดเสียงด้วยแล้ว ก็มีความจำเป็นต้องพลิกแพลงโดยใส่ซับไตเติ้ลลงไปตรงส่วนคอมเมนต์ด้วย

4.ใช้โฆษณาช่วงชิง Lead เพื่อเพิ่มจำนวนรายการติดต่อสอบถามจากลูกค้าที่เป็นไปได้ (Potential Audience)

สิ่งที่จะให้ประสิทธิผลที่ดีเมื่อจะใช้ Option ของ Facebook ในธุรกิจ B2B คือ ออปชั่นโฆษณาที่เรียกว่าโฆษณาช่วงชิง Lead โฆษณาช่วงชิง Lead นี้ จะช่วยป้อนข้อมูลที่จำเป็นให้โดยอัตโนมัติบนแบบฟอร์มติดต่อสอบถามโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่เดิม ข้อมูลของผู้ใช้งานที่ถูกป้อนโดยอัตโนมัติก็อาศัยข้อมูลที่ลงทะเบียนอยู่ใน Facebook เป็นหลัก ดังนั้นเราจึงสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าที่เป็นไปได้ซึ่งมีความสนใจต่อผลิตภัณฑ์หรือการบริการได้

5.การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างจริงจัง

ในธุรกิจ B2B การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเก่าหรือลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนับเป็นเรื่องสำคัญและโดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องกระทำ

เพื่อปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ เช่น กฎหมายปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละประเทศหรือแต่ละภูมิภาคนั้น ขอให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาจาก Facebook โดยยึดตามกระบวนการหรือระบบที่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้ ไม่ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นมาจากช่องทางใดก็ตาม เช่น แบบฟอร์มติดต่อสอบถาม หรือโทรศัพท์ เป็นต้น

การตลาดดิจิตอล(Digital Marketing) ของธุรกิจ B2B ไม่ได้มีเพียงโปรแกรมค้นหา (Search Engine) เท่านั้น หากนำFacebook ไปใช้ประโยชน์ในยุทธศาสตร์การตลาดอย่างชาญฉลาดแล้ว เราจะสามารถได้มาซึ่งประสิทธิผลการตลาดในระดับสูง โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการกรองออกมาอย่างละเอียดแล้ว

จึงไม่แปลกที่จะกล่าวว่าสิ่งสำคัญในเวลานี้ อยู่ที่คุณภาพของคอนเทนต์ที่จะอัพโหลดลงบน facebook จึงขอให้สร้างคอนเทนต์ที่จะทำให้ Audience มาเยือน Facebook แล้วเกิดความต้องการที่จะลงทะเบียนเพื่อเก็บหาข้อมูลเดี๋ยวนั้นทันที หากเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเรื่องการตลาด B2B ก็จะช่วยให้คำแนะนำการจัดสร้างคอนเทนต์ให้ด้วย จึงขอแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

(*1) ตามข้อมูลของสำนักงาน กสทช. หน่วยงานควบคุมดูแลธุรกิจการกระจายเสียงและการสื่อสารโทรคมนาคมของไทย เรทติ้งช่องรายการทีวีภาคพื้นดินโดยเฉลี่ยในเดือนสิงหาคม 2018 อันดับ 1 คือ “ช่อง 7HD”(Rating 1.704), อันดับ 2 คือ “ช่อง 3HD” (Rating 1.253), อันดับ 3 คือ “ช่อง Work point TV” ” (Rating 1.001), อันดับ 4 คือ “MONO29” (Rating 0.870), อันดับ 5 คือ“ช่อง ONE 31HD” (Rating 0.536), อันดับ 6 คือ “ช่อง 8”(Rating 0.445), อันดับ 7 คือ “ช่องไทยรัฐทีวี”(Rating 0.424), อันดับ 8 คือ “ช่อง 3 SD”(Rating 0.333), อันดับ 9 คือ “ช่องอมรินทร์ทีวี”(Rating 0.260), อันดับ 10 คือ “ช่อง NOW26”(Rating 0.206)